ฮิเมจิ (Himeji) ไม่ได้มีดีแค่ปราสาทนกกระยางขาวที่โด่งดังระดับโลกครับ แม้จะเป็นแลนด์มาร์คหลัก แต่เสน่ห์ของเมืองนี้ซ่อนอยู่ในสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่งดงาม และย่านการค้าที่มีชีวิตชีวา ถ้าคุณมีเวลา 1 วันเต็มๆ นี่คือแผนการเดินทางที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเมืองนี้มากกว่าเดิมครับ
09:00 | ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle): เริ่มต้นวันด้วยความยิ่งใหญ่ แนะนำให้มาเช้าๆ เพื่อเลี่ยงฝูงชน ตัวปราสาทประกอบด้วยโครงสร้างไม้ดั้งเดิมที่รอดพ้นจากสงครามมาได้ เป็นความภูมิใจของชาวญี่ปุ่นเลยล่ะครับ
11:00 | สวนโคโคเอ็น (Koko-en Garden): อยู่ติดกับปราสาทเลยครับ เป็นกลุ่มสวนญี่ปุ่น 9 สไตล์ที่สวยทุกฤดูกาล ถ้าอยากพักขาท่ามกลางวิวสวน แนะนำให้ลองแวะ Souju-an เพื่อจิบชาเขียวมัทฉะคู่กับขนมหวานญี่ปุ่นครับ
เมนูแนะนำ: ต้องลอง Anago-meshi (ข้าวหน้าปลาไหลทะเล) หรือ Himeji Oden ที่มีความพิเศษคือการจิ้มกับซอสขิง (Ginger Soy Sauce) รสชาติจะสดชื่นต่างจากที่อื่นครับ
พิกัด: ย่านถนนคนเดิน Miyuki-dori ที่ทอดยาวจากสถานีรถไฟไปถึงหน้าปราสาท
13:30 | วัดเอนเกียวจิ บนภูเขาโชฉะ (Mt. Shosha Engyo-ji Temple): * นี่คือ “Hidden Gem” ที่ห้ามพลาด! นั่งรถบัสจากหน้าปราสาทไปประมาณ 30 นาที แล้วต่อกระเช้าขึ้นไป
ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai บรรยากาศจะเต็มไปด้วยป่าไม้โบราณและอาคารไม้เก่าแก่ที่ดูขลังมาก เดินเล่นเพลินๆ ได้ฟีลเหมือนย้อนยุคจริงๆ ครับ
17:00 | Miyuki-dori & Otemae-dori: กลับมาที่ตัวเมือง เดินช้อปปิ้งหาของฝาก หรือแวะร้านขายขนม Karin-to (ขนมทอดเคลือบน้ำตาล) ที่เป็นของขึ้นชื่อ
18:30 | ชมวิวปราสาทเปิดไฟ: ก่อนกลับ อย่าลืมแวะไปที่ดาดฟ้าของห้าง Piole Himeji (ติดสถานี JR) เพื่อดูวิวปราสาทฮิเมจิเปิดไฟยามค่ำคืน เป็นการปิดท้ายวันที่สวยงามมากครับ
Tamagoya: ร้านข้าวหน้าไข่ดิบสุดพรีเมียมหน้าปราสาท ไข่สดมาก ทานคู่กับซอสโชยุสูตรพิเศษ
Yumeno-soba: สำหรับคนรักเส้น โซบะทำสดใหม่ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมของบัควีท
Ekisoba (ในสถานี JR): บะหมี่เหลืองในน้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่น (Dashi) เมนูเร่งด่วนแต่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ของชาวฮิเมจิ
Hotel Nikko Himeji: อยู่ติดสถานี JR เดินทางสะดวกมาก ห้องพักมาตรฐานสูงและวิวดี คลิ๊กจองได้เลย >> จองที่พัก
Richmond Hotel Himeji: โรงแรมสมัยใหม่ สะอาด และอาหารเช้าอร่อยมาก คลิ๊กจองได้เลย >> จองที่พัก
Himeji 588 Guesthouse: สำหรับสายสโลว์ไลฟ์หรือแบ็คแพ็คเกอร์ที่อยากสัมผัสบ้านไม้แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในราคาย่อมเยา
จาก Osaka/Kyoto: นั่งรถไฟ JR Shinkansen จะใช้เวลาเพียง 30-45 นาที หรือถ้าใช้ pass รถไฟธรรมดา (Special Rapid) จะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. นิดๆ ครับ ถ้าอยากนั่งชินคันเซ็นมาที่ฮิเมจิ จากโอซาก้า แนะนำซื้อ JR wide area pass จะคุ้มกว่าเยอะเลยครับ
ภายในเมือง: เมืองฮิเมจิออกแบบมาให้เดินง่ายมากครับ จากสถานีไปปราสาทเดินตรงอย่างเดียวประมาณ 15-20 นาที หรือจะใช้บริการ Loop Bus (ค่าบริการ 100 เยนตลอดสาย) ก็สะดวกสุดๆ
💡 ทริคเล็กน้อย: ถ้าคุณซื้อตั๋วเข้าปราสาทฮิเมจิพ่วงกับสวนโคโคเอ็น (Combined Ticket) จะประหยัดกว่าซื้อแยกพอสมควรเลยครับ